น้องหนู's profile ยินดีต้อนรับสันติภาพ ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
25 November มหัศจรรย์ข้าวไทยRice Harvest : เกี่ยวข้าวขวัญ มหัศจรรย์ข้าวไทย
คนไทยรักข้าวไทย ![]() ![]() ![]() > อ่่านเรื่องราวทั้งหมดของศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์ : ร่วมสนับสนุนเกษตรกรรมยั่งยืนและ ปกป้องข้าวไทยจาก GMO คลิก > ติดตามเรื่องราวทางกรีนพีซทาง Facebook คลิก ริน
3 ความคิดเห็น:
14 October หัวข้อการพูดคุย ศิลปะบนนาข้าว
ยกคำพูดมา ศิลปะบนนาข้าว ศิลปะบนนาข้าวศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์
"คนไทยรักข้าวไทย" กรีนพีซร่วมสนับสนุนให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของข้าวไทย ข้าว อาหารหลักของคนไทย ผลิตผลการเกษตรส่งออกหลักของประเทศ ชาวนา กระดูกสันหลังของชาติ กำลังไดัรับผลกระทบอย่างรุนแรงจากข้าวดัดแปลงพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) ของบริษัทเคมีเกษตร เมื่อต้นปี กรีนพีซได้เชิญชวนให้คุณเป็นส่วนหนึ่งของงาน “ปลูกรักให้ต้นข้าว” ในวันแห่งความรัก เพื่อสร้างสรรค์ศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่จังหวัดราชบุรีื โดยเชิญชวนให้มาช่วยปลูกข้าวในนาข้าว 2 สี (ข้าวสีทองกับข้าวก่ำสีดำ) ขนาด 10 ไร่ เพื่อสร้างศิลปะอันสวยงาม ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของเกษตรกรไทย ซึ่งเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติ ในกิจกรรมงาน “ปลูกรักให้ต้นข้าว” เราได้ร่วมกันลงแขกดำนา พูดคุยเรื่องเกษตรกรรมอินทรีย์กับปราชญ์ข้าวไทย (คุณลุงทองเหมาะ แจ่มแจ้ง) และมีการสอนการทำสารสกัดจากธรรมชาติเพื่อใช้ควบคุมแมลงศัตรูพืช เช่น น้ำส้มควันไม้ ที่ชาวนาผลิตขึ้นเพื่อใช้ไล่แมลงในนาข้าว เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำกลับไปใช้ได้กับต้นไม้ของที่บ้านได้ด้วย
ขอบคุณ greenpeace 30 May หัวข้อการพูดคุย โรคกรดไหลย้อน
ยกคำพูดมา โรคกรดไหลย้อน 09 February ต้นไม้ในพุทธศาสนา
29 January หัวข้อการพูดคุย คนกับสัตว์
คนกับสัตว์ คนกับสัตว์
ความคิด การกระทำ
คน
สัตว์มีสมองใหญ่
เช่น ลิง ฯลฯ
สัตว์มีสมองเล็ก
เช่น กบ ฯลฯ
สัตว์ไม่มีสมอง
เช่น ยุง ฯลฯ
คิดบวก,ลบ,คูณหาร,ยกกำลัง, คิดเรื่องทศนิยม,คิดเรื่องอะตอม,
คิดเรื่องแรงโน้มถ่วง,คิดสร้างสูตรคณิตศาสตร์,คิดสร้างคอมพิวเตอร์,
คิดวิเคราะห์,สังเคราะห์,คิดสร้างสรรค์,คิดเหตุผล (จิต)
x
คิดแก้ปัญหาง่ายมากๆ (จิต)
x
x
จำ(จิต)
x
x
x
รับรู้(Perception)(จิต)
x
x
x
รู้สึกสัมผัส(Sensation)(จิต)
x
x
x
การรู้สึกตัว(Consciousness)
(รวมทั้งอารมณ์ด้วย)(จิต)
x
x
x
กิริยาสะท้อน(Reflex),การกิน, การนอน,การสืบพันธ์,
x
x
x
x
วัตถุ(รวมร่างกายมนุษย์ด้วย),กระบวนการ,เหตุการณ์ในโลกจริงทั้ง
ที่สังเกตได้โดยตรง, โดยอ้อม, หรือมีความเป็นไปได้ที่จะสังเกตใน
อนาคตด้วย
x
x
x
x
จากตารางนี้ท่านผู้อ่านจะเห็นว่า คน ถึงแม้ว่าจะเป็นสัตว์เหมือนกัน
E
แต่คนก็ต่างกับสัตว์อย่างสิ้นเชิงอยู่ระดับหนึ่งคือ ระดับของความคิดซับซ้อน M
ถ้าคิดซับซ้อนตามตัวอย่างนั้นไม่เป็น ก็เสมอลิง ถ้าสูงสุดได้แค่จำ P
ก็เสมอสัตว์ในระดับกบ แต่ถ้าเราทำได้แค่กะตุกหัวเข่าเมื่อเอาฆ้อนมาเคาะหัวเข่า I
เราก็เสมอสัตว์ที่ไร้สมอง ! ไม่มีจิต !! เช่นในระดับยุง !!! R
ถ้าตั้งแต่ตื่นขึ้นมา เรายุ่งอยู่แต่กับเรื่องของการหากิน I
การสืบพันธุ์แล้วละก้อ เราก็มีการกระทำเสมอสัตว์ประเภทยุง หนอน กิ้งกือ ฯลฯ C
หรืออะไรทำนองนั้น !!! A
สัตว์ทุกประเภท รวมคนด้วย สามารถควบคุมได้ !!!! L
ถ้าท่านแบกหญ้างามๆสักมัดเล็กๆเดินผ่านหน้าลาที่หิว แล้วมันจะเดินตามท่าน ท่านพาไปไหนมันก็ไปด้วย ท่านหยุด มันก็หยุด T
ท่านเลี้ยวขวามันก็เลี้ยวขวาด้วย ไม่เชื่อลองทำดู นั่นแสดงว่า ท่าน "บังคับ" ลาได้ H
ถ้ามีฝูงหมาหิวอยู่สิบตัว ท่าน"ต้องการ"ที่จะให้มันทะเลาะกัน E
ท่านก็ "ควบคุม"มันได้ง่ายๆโดยเอาก้อนเนื้อ "หนึ่งก้อน" O
โยนลงไปในกลุ่มของพวกมัน มันก็ทะเลาะกัน R
ถ้าไม่ต้องการให้มันทะเลาะกัน I
ท่านก็หาก้อนเนื้อมาสิบก้อนแล้วยื่นให้มันตัวละหนึ่งก้อน E
ท่านก็"ควบคุม"มันไม่ให้ทะเลาะกันได้ด้วย !!! S
และยิ่งกว่านั้น ท่านยังจะได้ผู้ภักดี หรือทาส ที่ซื่อสัตย์อีกถึงสิบตัว !!!!
ขอบคุณ ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว ขอบคุณรูปถ่าย 07 January หัวข้อการพูดคุย ผู้รับอิ่มใจ
ขอบคุณรูปถ่าย
การรับ เป็นความอิ่มใจ ที่มีผู้ให้ ให้มาด้วยความปรารถนาดี อย่างจริงใจ ให้เพราะไม่หวังสิ่งใด ๆ ตอบแทน ให้เพื่อช่วยเขาให้พ้นทุกข์ อันเกิดจากสุขภาพของเขา หรือให้เพื่อช่วยเหลือให้เขาได้ศึกษาเล่าเรียน ผู้รับก็อิ่มใจที่ได้ศึกษาเล่าเรียน เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ สามารถ นำเอา วิชาความรู้จากการที่ได้ศึกษา โดยมีผู้ให้ ความช่วยเหลือด้านทุนการศึกษา เครื่องมือ อุปกรณ์การเรียน
ผู้รับ รับมาแล้ว ต้องนำสิ่งที่ผู้ให้ ที่ตั้งใจให้มา นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามเจตนารมย์ ที่ผู้ให้ได้ให้มา เมื่อนั้น ทั้งผู้รับ ผู้ให้ ต่างก็มีความสุข ความอิ่มใจ
สิ่งที่ผู้รับ รับมาด้วยความอิ่มใจ คือ หนังสือนายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ หนังสือติโต หนังสือพระมหาชนก หนังสือคุณทองแดง สนัขทรงเลี้ยง หนังสือพุทธประวัติ
นอกเหนือจากสิ่งของ ผู้รับได้รับคำคิด ข้อเขียน ที่รับมาด้วยความยินดี และอิ่มใจ นั่นคือ กำลังใจที่มาจากภายในของผู้ให้ และผู้รับก็รับมาด้วยความอิ่มใจ
วันหนึ่งที่ผ่านมาเนิ่นนาน แต่ความอิ่มใจ ที่มาจากการเป็นผู้รับ ก็ไม่เคยจางหายไป แม้แต่น้อย ผู้รับต้องนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาล ช่วงบ่ายวันหนึ่งหลังรับประทานอาหารกลางวัน และทานยา เรียบร้อยแล้ว ก็กำลังนอนหลับพักผ่อน อยู่บนเตียงคนไข้ ไม่นาน ก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ก็เหลือบไปเห็น กล้วยน้ำว้า หวีหนึ่ง สีเหลืองนวลสวยงาม ก็ทบทวนความทรงจำ ว่าก่อนนอน ไม่มีกล้วยวางตรงนี้ นี่นา เตียงข้าง ๆ บอกว่า มีผู้หญิงคนหนึ่ง ผอม สูง หน้าตาดี ยิ้มแย้ม เอามาวางไว้ให้ แล้วก็บอกว่าไม่ต้องปลุก แล้วเขาก็พึ่งกลับไปเมื่อกี้นี้เอง อ๋อ ผู้รับคิดออกและรู้ว่า เป็นคุณป้าที่ ทำงานชลประทาน อยู่ที่สามเสน เคยคุยกับคุณป้าครั้งหนึ่งแล้ว คุณป้ามาเยี่ยมผู้ป่วยเตียง 24 ซึ่งเป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงไปทั้งตัวเลย ยังคงเหลือส่วนดีแค่คอขึ้นไปทั้งศีรษะ คุณป้าผู้ใจบุญมาดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งก็ไม่ใช่ญาติกัน
ผู้รับจึงอิ่มใจ และไม่เคยลืมความประทับใจที่รับ กล้วยน้ำว้ามา แล้วยังเสียดายที่ไม่ได้ขอบคุณ คุณป้าผู้ใจบุญนั้นเลย เพราะไม่ได้เจอคุณป้าอีกเลย ก็ขอส่งคำขอบพระคุณ คุณป้าผู้ใจดี ใจบุญมาก ๆ นะคะ ขอพรน้อมนำความสุข ให้คุณป้ามีความสุข ปลอดภัย ด้วยความปรารถนาดีอย่างจริงใจ
ที่รับมาด้วยความอิ่มใจเสมอ และเป็นแบบนี้มาตลอด มิได้ขาด เป็นเวลาติดต่อกันมา เป็น สิบ ๆ ปี หลายสิบปี จากกัลยาณมิตร ซึ่งทำให้ผู้รับอิ่มเอมใจ และมักจะได้รับถ้อยคำที่ดี ๆ มีความดีแฝงไว้ในคำทุกคำ ทำให้ ชีวิต คิดทางบวกเสมอ เมื่อเกิดความท้อขึ้นมา จึงแกร่งได้ด้วยความที่เป็นผู้รับ ที่อิ่มเอมใจนั่นเอง
รับด้วยความอิ่มใจ
ขอบคุณรูปถ่าย
05 January พุทธประวัติ History of Buddha
ยกคำพูดมา หัวข้อการพูดคุย พุทธประวัติ History of Buddha 24 December การให้
หัวข้อการพูดคุย การให้ 09 December บ้านไทยบ้านไทย 05 December ทรงพระเจริญ
03 December ยังมีประเทศไทยยังมีประเทศไทย 21 October Twins
ข้อความ Twins 17 October หัวข้อการพูดคุย Bannalablaeng Sch.
ข้อความ Bannalablaeng Sch. 08 October บทเพลงเพื่อ สันติภาพบทเพลงเพื่อ สันติภาพ
บทเพลงเพื่อ สันติภาพ
สันติภาพ
ข้อความ สันติภาพ 30 September หัวข้อการพูดคุย ตำลึง สมุนไพร ใช้ทา แก้คัน
เพลงเศรษฐกิจพอเพียง เนื้อร้อง จรีภรณ์ ทิศอาจ ทำนอง เพลงช้าง พอเพียง พอเพียง พอเพียง หนูรู้จักเศรษฐกิจพอเพียง หรือเปล่า มีเหตุผล พอประมาณ มีภูมิคุ้มกันที่ดี มีใช้ มีกิน เรียกเศรษฐกิจพอเพียง (ซ้ำ) ทุกคนมีสุขพอเพียง
29 September หัวข้อการพูดคุย สมุนไพร
ข้อความ สมุนไพร 28 September โรคหวัดโรคหวัด
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรคเยื่อจมูกและลำคออักเสบเฉียบพลัน (Acute nasopharyngitis / Common cold / Upper respiatory tract infection / URI) เรียกโดยทั่วไปว่าโรคหวัด หรือไข้หวัด (Common cold) เป็นโรคติดต่อจากการติดเชื้อไวรัส ในระบบทางเดินหายใจส่วนบน (ได้แก่ จมูกและคอ) อาการของโรคประกอบด้วยการจาม, อาการคัดจมูก, เยื่อจมูกที่จะบวมและแดง, และยังมีการหลั่งน้ำมูกมากกว่าปกติจนไหลออกทางจมูก ถ้าเชื้อไวรัสติดเชื้อไปที่จมูก แต่ถ้าติดเชื้อที่คอ จะมีอาการเจ็บคอ คอแหบแห้ง หรือมีเสมหะสะสมอยู่บริเวณลำคอ โดยการติดเชื้ออาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งสองบริเวณ
โรคหวัดอยู่โรคประเภทติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน ในขณะเดียวกัน แม้ว่าโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) จะเป็นโรคประเภทเดียวกัยโรคหวัด แต่ความรุนแรงของการติดเชื้อไวรัสนี้ รวมถึงอาการที่เพิ่มขึ้นได้แก่การที่เกิดไข้ขึ้นสูง และการปวดเมื่อยเนื้อตัวและกล้ามเนื้อนั้นรุนแรงกว่ามาก ในขณะที่โรคหวัดมีอัตราความเสี่ยงต่อชีวิตต่ำ แต่อาการแทรกซ้อนอย่างเช่นปอดบวมก็อาจทำให้เกิดการเสี่ยงชีวิตขึ้นได้
กลไกในการติดต่อ
ไวรัสเชื้อหวัดสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ โดยการเข้าไปในเซลล์ที่หุ้มกล่องเสียงอยู่ จากนั้นมันจะทำการแพร่พันธุ์ตนเองแบบทวีคูณ ทางเข้าหลักของไวรัสเหล่านี้คือผ่านทางตาและจมูก ผ่านทางท่อนาโซไครมัล (Nasocrymal duct) แล้วจึงเข้าไปในกล่องเสียง โดยปากนั้นไม่ใช่ทางเข้าหลักของเชื้อ และเชื้อมักจะไม่ติดต่อผ่านการจูบกัน
ไวรัสนั้นจะเข้าสู่เซลล์โดยการเกาะโมเลกุลกระตุ้นการเกาะติดระหว่างเซลล์หรือ ICAM ประเภทที่ 1 (ICAM - Intercellular adhesion molecule) โดยถ้าเซลล์ใดมี ICAM-1 ก็อาจทำให้เซลล์ดังกล่าวติดเชื้อได้ จำนวนของไวรัสนั้นเป็นแค่หนึ่งในปัจจัยหลายๆ ปัจจัยของสาเหตุที่ทำให้เป็นหวัดได้, ซึ่งรวมไปถึงการเป็นไข้ละอองฟางหรือภูมิแพ้อากาศ (hay fever, allergic rhinitis) และตัวที่ทำให้เกิดอาการระคายต่างๆ รวมไปถึงไรโนไวรัสที่เป็นหนึ่งในชนิดของไวรัสที่ทำให้เป็นหวัดได้ โดย ICAM-1 นี้กลายเป็นจุดหลักสำคัญในการวิจัยหายารักษาโรคหวัด
อาการของโรค
ระยะฟักตัว ระยะตั้งแต่ผู้ป่วยรับเชื้อเข้าไปจนกระทั่งมีอาการเกิดขึ้น 1-3 วัน
คนที่ได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดเข้าไปมีอัตราการเป็นโรคสูงถึง 95% อย่างไรก็ตามมีเพียง 75% เท่านั้นที่แสดงอาการออกมา โดยการแสดงอาการจะเกิดขึ้น 1-2 วันหลังจากการติดเชื้อ ซึ่งโดยปกติแล้วอาการของโรคหวัดจะเริ่มต้นด้วยอาการเจ็บคอ และไม่มีอาการติดขัดใดๆ ในระบบทางเดินหายใจ หลังจากนั้นเอง อาการจะเกิดขึ้นจากกลไกการสกัดกั้นเชื้อโรคของร่างกายได้แก่ อาการจาม, น้ำมูกไหล, และไอเพื่อขับเชื้อออกไป และการเกิดอาการอักเสบเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ภูมิคุ้มกันทำงาน
ผู้ป่วยอาจมีไข้ตัวร้อนเป็นพักๆ ครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลีย ปวดหนักศีรษะเล็กน้อย เป็นหวัด คัดจมูก น้ำมูกใสจาม คอแห้ง หรือเจ็บคอเล้กน้อย ไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะเล็กน้อยลักษณะสีขาว บางครั้งอาจทำให้รู้สึกเจ็บแถวลิ้นปี่เวลาไอ ในผู้ใหญ่อาจไม่มีไข้ มีเพียงคัดจมูก น้ำมูกใส ในเด็กมักจับไข้ขึ้นมาทันทีทันใด บางครั้งอาจมีไข้สูง และชักได้ มีอาการท้องเดินได้ หรือถ่ายเป็นมูกร่วมด้วย ถ้าเป็นเกิน 4 วัน หรือถ่ายเป็นมูกข้นเหลืองหรือเขียวหรือไอมีเสลดเป็นสีเหลืองหรือเขียว จากการอักเสบซ้ำของเชื้อแบคทีเรีย และอาจมีอาการอื่นๆ แทรกซ้อนตามมาซึ่งจำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะร่วมกัน ตรวจพบ ไข้ น้ำมูก เยื่อจมูกบวมและแดง คอแดงเล็กน้อย ในเด็กอาจพบต่อมทอลซิลโต แต่ไม่แดงมากและไม่มีหนอง
หลังจากผู้ป่วยหายจากโรคหวัดแล้ว ร่างกายของผู้ป่วยจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดชนิดที่ผู้ป่วยเพิ่งประสบมาโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัดอยู่มากมาย ภูมิคุ้มกันนี้จึงให้การป้องกันที่จำกัด ดังนั้นคนที่หายจากโรคหวัดมา อาจเป็นได้อีก ถ้าติดเชื้อไวรัสไข้หวัดอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งจะทำให้กระบวนการและอาการทั้งหมดเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง
โรคแทรกซ้อน
โรคแทรกซ้อนอาจเกิดขึ้นได้ในขณะที่เป็นโรคหวัด เมื่อมีแบคทีเรียที่ปกติแล้วจะอยู่ในระบบทางเดินหายใจอาศัยโอกาสที่ระบบภูมิคุ้มกันกำลังอ่อนแอเข้าไปร่วมทำการแพร่เชื้อกับไวรัส
โรคแทรกซ้อนที่พบบ่อยเกิดจากการอักเสบแทรกซ้อนของเชื้อแบคทีเรีย (bacteria) ทำให้นำมูกหรือเสลดเป็นสีเหลืองหรือเขียว ถ้าลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียง อาจทำให้เป็นต่อมทอลซิลอักเสบ ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ในเด็กเล็ก อาจทำให้มีอาการชักจากไข้สูง ท้องเดิน บางคนอาจมีเสียงแหบ เนื่องจากกล่องเสียงอักเสบ บางคนอาจมีอาการวิงเวียน เนื่องจากอวัยวะการทรงตัวภายในอักเสบ ดังที่เรียกว่า หวัดลงหูซึ่งจะหายได้เองภายใน 3-5 วัน โรคแทรกที่รุนแรงมักจะเกิดในผู้ป่วยที่ไม่ได้พักผ่อน ตรากตรำงานหนัก ร่างกายอ่อนแอ (เช่น ขาดอาหาร) ในทารกหรือผู้สูงอาย
โดยปกติแล้ว โรคหูชั้นกลางอักเสบ (Otitis media) ที่มักพบในเด็กเล็ก และโรคโพรงอากาศอักเสบ (Sinusitis หรือไซนัสอีกเสบ) จะเป็นโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นบ่อย ซึ่งสาเหตุของการร่วมแพร่เชื้อของแบคทีเรียอาจเกิดขึ้นได้จากการถูกกระทบโดยน้ำมูก หรือถูกในบริเวณนั้นถูกปกคลุมโดยน้ำมูกที่ถูกขับออกมาทางจมูก ซึ่งอธิบายเหตุผลที่ว่าไม่ควรจะปิดจมูกแน่นเมื่อจะมีอาการจามหรือจะสั่งน้ำมูก แต่ควรเปิดโพรงจมูกไว้ทั้งสองข้างแล้วเมื่อจามหรือสั่งน้ำมูกแล้วจึงค่อยเช็ด ซึ่งจะเป็นการทำให้ความกดดันจากการจามหรือสั่งน้ำมูกลดลงไปส่วนหนึ่ง และจะทำให้น้ำมูกไม่เข้าไปในหูหรือบริเวณโพรงอากาศได้
การป้องกันโรค
วิธีที่ดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงเชื้อหวัดได้คือการหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วย, และด้วยการล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าของตนเอง สบู่ต่อต้านแบคทีเรียนั้นไม่มีผลต่อไวรัสไข้หวัด หากแต่เป็นการทำความสะอาดเชิงกลผ่านมือที่จะล้างและปัดอนุภาคไวรัสออกไป ใน พ.ศ. 2545 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการสังคมในประเทศสหรัฐอเมริกาแนะนำว่าเจลทามือที่มีส่วนประกอบเป็นแอลกอฮอล์จะช่วยลดไวรัสที่ปนเปื้อนบนมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม แม้จะร่วมกับการล้างมืออย่างถูกวิธีบ่อยๆ แล้ว แอลกอฮอล์ก็ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อจากไวรัสที่หลงเหลืออยู่บนมือได้ และไม่ได้ช่วยป้องกันให้เชื้อไวรัสมาปนเปื้อนมือได้อีกครั้ง นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังมีผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง จากการสำรวจพบว่าประชากรที่ไม่สูบบุหรี่จะฟื้นตัวจากโรคได้เร็วกว่าประชากรที่สูบบุหรี่อยู่หลายวันด้วยกัน โดยที่ผู้สูบบุหรี่ที่ทำงานแล้วมีอัตราการขาดงานมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 25%
และเนื่องจากจำนวนชนิดของไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัดที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก การฉีดวัคซีนป้องกันจึงไม่เป็นที่ปฏิบัติกัน
การรักษา
ในขณะนี้ ยังไม่มีหนทางใดๆ ในการรักษาโรคหวัด หรือในเชิงวิชาการแล้ว ยังไม่มีวิธีการรักษาใดๆ ที่สามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสไข้หวัดได้ และได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์แล้ว
มีเพียงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเท่านั้นที่สามารถทำลายเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันนั้นจะใช้เวลาประมาณ 7 วันในบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งในการเป็นโรคหวัดหนึ่งครั้งจะมีอนุภาคไวรัสอยู่หลายล้านอนุภาคอยู่ในร่างกาย ซึ่งโดยปกติ เมื่อผ่านการติดเชื้อมาไม่กี่วัน ร่างกายก็จะเริ่มผลิตแอนติบอดี้ (Antibody) ที่สามารถป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดของเซลล์ออกมาเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกันกับเซลล์เม็ดเลือดขาวที่จะทำลายไวรัสผ่านการโอบเซลล์เอาไว้หรือวิธีการฟาโกไซโทซิส (Phagocytosis) ซึ่งจะทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไปด้วยเพื่อป้องกันการแพร่ออกไปอีกของไวรัส และเนื่องจากกระบวนการการติดเชื้อของโรคจะกินเวลาจากแค่ไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น แม้ว่าจะค้นพบวิธีการรักษาที่ถูกพิสูจน์แล้วก็ตามที ก็คงจะลดระยะเวลาการเป็นโรคหวัดเพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น อย่างไรก็ตามที ยังมีวิธีการรักษาทั้งทางเวชกรรมที่อยู่ในขั้นทดลองและวิธีการเยียวยาโดยธรรมชาติอยู่หลายวิธีด้วยกัน ได้แก่
ยาปฏิชีวนะ
ยาปฏิชีวนะไม่ใช่สิ่งที่ใช้รักษาโรคหวัดได้ และไม่รักษาการติดเชื้อของไวรัส ฉะนั้นมันจึงไม่มีผลใดๆ กับเชื้อหวัด นอกจากนี้ การรักษาโรคหวัดด้วยยาปฏิชีวนะยังก่อให้เกิดผลเสียคือ การทำให้แบคทีเรียในร่างกายพัฒนาไปเป็นแบคทีเรียที่ดื้อยา หรือแม้กระทั่งทำให้การติดเชื้อขยายออกไป และทำลายสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่ปกติในร่างกายอีกด้วย
การปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรคหวัด
การสวมผ้าปิดจมูกเมื่อเป็นโรคหวัด
หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่ภูมิต้านทานต่ำเช่น เด็ก คนแก่ หรือคนที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง 21 September หัวข้อการพูดคุย สรรเสริญ
ข้อความ สรรเสริญ |
|
|