น้องหนู's profile ยินดีต้อนรับสันติภาพ ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    25 November

    มหัศจรรย์ข้าวไทย

    Rice Harvest : เกี่ยวข้าวขวัญ มหัศจรรย์ข้าวไทย

     

    คนไทยรักข้าวไทย

    คุณคิดเหมือนกันไหมคะว่า ข้าวไทยอร่อยที่สุดในโลก ?

    วันนี้มีโอกาสไปเกี่ยวข้าวกับผู้สนับสนุนและอาสาสมัครกรีนพีซในงาน “เกี่ยวข้าวขวัญ มหัศจรรย์ข้าวไทย" ที่ราชบุรี หลังจากที่ได้เริ่มปลูกกันตั้งแต่ต้นปี วันนี้ก็ถึงเวลาเกี่ยวข้าวพันธุ์ก่ำพะเยา หรือข้าวที่ให้สีดำในภาพศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์นี้แล้วนะคะ

    ข้าวไทย อาหารหลักในประเทศและยังส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลก การปลูกข้าวครั้งนี้ เป็นการสะท้อนถึงความภูมิใจในข้าวไทยรวมถึงการรณรงค์ให้คนไทยทุกคนและรัฐบาลตระหนักถึงวิถีแห่งการเพาะปลูกข้าวที่สืบทอดกันมา การทำเกษตรกรรมแบบยั่งยืนเป็นวิถีแห่งความอยู่รอด เพื่อยับยั้งผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปกป้องข้าวไทยอันเป็นสมบัติของชาติให้ปลอดจากการดัดแปลงพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ

    งานกิจกรรมเกี่ยวข้าวนี้เริ่มต้นจากการกล่าวเปิดงานจากท่านรองผู้ว่าจังหวัด ราชบุรี และต่อด้วยการเข้าสู่พิธีบายศรีโดยหมอขวัญผู้เฒ่าผู้แก่ และการสวดพิธีไหว้แม่พระโพสพเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีและขอขมาขอพร ให้เก็บเกี่ยวข้าวให้ได้ผลดีเพื่อนำมาเป็นข้าวขวัญใช้ปลูกข้าวในปีต่อไป

    เสียงสวดของหมอขวัญ ผู้เฒ่าผู้แก่จบลงด้วยเสียงบทเพลงเชิญชวนให้ไปเกี่ยวข้าว และลงท้ายด้วยเสียงไชโย…โห่…ฮิ้วววว! ให้ทุกคนขานรับ เป็นสัญญาณเชิญชวนให้ทุกคนร่วมกันลงเกี่ยวข้าวกันในนา

    จากนั้นทุกคนไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรในพื้นทีแถวนั้น อาสาสมัครกรีนพีซ ผู้สนับสนุนกรีนพีซ เด็กนักเรียน ก็ร่วมแรงกายแรงใจลงไปเกี่ยวข้าวในนากัน

    '.... เกี่ยวเถอะนะแม่เกี่ยว อย่ามันชะแง้แลเหลียว เดี๋ยวเคียวจะเกี่ยวก้อยเอา.....'

    (ต้องระวัง เดี๋ยวเคียวจะเกี่ยวตัวเองเอาจริงๆคะ...)

    ถึงแม้จะแดดร้อนเปรี้ยง แต่พวกเราทุกคนก็ดูเหมือนสนุกสนานกับการได้ลงเกี่ยวข้าว ครั้งหนึ่งในชีวิต ทำให้เราตระหนักถึงความยากลำบากของชาวนา 'หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน' ได้ยินเสียงมาจากน้องข้างๆว่า โห ปลูกข้าวมีขั้นตอนลำบากอย่างนี้ กว่าจะได้ข้าวสารมาเป็นเม็ดๆหุงได้ ต่อไปนี้ต้องทานข้าวให้หมดจานแล้วล่ะ....

    หลังจากเกี่ยวข้าวเสร็จ ก็มีการสาธิตการกระเทาะเม็ดข้าวออกจากเปลือกโดยวิธีการแบบดั่งเดิมที่ใช้วัววิ่งบดมัดข้าวที่วางบนขี้วัวอัดแข็งเป็นรองพื้น นอกจากนี้ในบริเวณยังมีซุ้มสาธิตขั้นตอนการผลิตข้าวแบบดั่งเดิมของไทยเราต่างๆ เช่นการโม่ข้าว วิถีภูมิปัญญาไทยด้วยนะคะ

    ...วันนี้ ที่ราชบุรี ท้องฟ้าแจ่มใน แดดออกเต็มที่ แต่อากาศเย็นสบาย เห็นภาพที่ผู้คนเกือบสองร้อยชีวิต ร่วมแรงร่วมใจ ลุยท้องนา เกี่ยวข้าว และมัดข้าว เพื่อเตรียมสำหรับขั้นตอนต่อไป กันในผืนนา ก็ทำให้ดีใจไม่หาย ถึงความร่วมมือร่วมใจปกป้องข้าวไทย ก็เรา คนไทย รักข้าวไทย นี่คะ








    > อ่่านเรื่องราวทั้งหมดของศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์ : ร่วมสนับสนุนเกษตรกรรมยั่งยืนและ ปกป้องข้าวไทยจาก GMO คลิก

    >
    ติดตามเรื่องราวทางกรีนพีซทาง Facebook คลิก


    ริน

       

    3 ความคิดเห็น:

    1. charee said,

      คนไทย
      ชาวนาไทย
      รักข้าวไทย
      กินข้าวไทย

      on 25 พฤศจิกายน 2009, 11:26 น.  


    2. ไม่ระบุชื่อ said,

      รักข้าวไทย
      กินข้าวไทย

      on 25 พฤศจิกายน 2009, 11:28 น.  


    3. ไม่ระบุชื่อ said,

      ข้าวไทย
      คือชีวิต
      เรารักชีวิต
      เรารักข้าวไทย

      on 25 พฤศจิกายน 2009, 11:30 น.  


      ขอบคุณกรีนพีซ

    14 October

    หัวข้อการพูดคุย ศิลปะบนนาข้าว

     

    ยกคำพูดมา

    ศิลปะบนนาข้าว

    ศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์

     

    "คนไทยรักข้าวไทย" กรีนพีซร่วมสนับสนุนให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของข้าวไทย

    ข้าว อาหารหลักของคนไทย ผลิตผลการเกษตรส่งออกหลักของประเทศ

    ชาวนา กระดูกสันหลังของชาติ กำลังไดัรับผลกระทบอย่างรุนแรงจากข้าวดัดแปลงพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) ของบริษัทเคมีเกษตร
    เมื่อต้นปี กรีนพีซได้เชิญชวนให้คุณเป็นส่วนหนึ่งของงาน “ปลูกรักให้ต้นข้าว” ในวันแห่งความรัก เพื่อสร้างสรรค์ศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่จังหวัดราชบุรีื โดยเชิญชวนให้มาช่วยปลูกข้าวในนาข้าว 2 สี (ข้าวสีทองกับข้าวก่ำสีดำ) ขนาด 10 ไร่ เพื่อสร้างศิลปะอันสวยงาม ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของเกษตรกรไทย ซึ่งเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติ ในกิจกรรมงาน “ปลูกรักให้ต้นข้าว” เราได้ร่วมกันลงแขกดำนา พูดคุยเรื่องเกษตรกรรมอินทรีย์กับปราชญ์ข้าวไทย (คุณลุงทองเหมาะ แจ่มแจ้ง) และมีการสอนการทำสารสกัดจากธรรมชาติเพื่อใช้ควบคุมแมลงศัตรูพืช เช่น น้ำส้มควันไม้ ที่ชาวนาผลิตขึ้นเพื่อใช้ไล่แมลงในนาข้าว เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำกลับไปใช้ได้กับต้นไม้ของที่บ้านได้ด้วย
     
     

     

    ขอบคุณ greenpeace


     

    ศิลปะบนนาข้าว

    ศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์

     

    "คนไทยรักข้าวไทย" กรีนพีซร่วมสนับสนุนให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของข้าวไทย

    ข้าว อาหารหลักของคนไทย ผลิตผลการเกษตรส่งออกหลักของประเทศ

    ชาวนา กระดูกสันหลังของชาติ กำลังไดัรับผลกระทบอย่างรุนแรงจากข้าวดัดแปลงพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) ของบริษัทเคมีเกษตร
    เมื่อต้นปี กรีนพีซได้เชิญชวนให้คุณเป็นส่วนหนึ่งของงาน “ปลูกรักให้ต้นข้าว” ในวันแห่งความรัก เพื่อสร้างสรรค์ศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่จังหวัดราชบุรีื โดยเชิญชวนให้มาช่วยปลูกข้าวในนาข้าว 2 สี (ข้าวสีทองกับข้าวก่ำสีดำ) ขนาด 10 ไร่ เพื่อสร้างศิลปะอันสวยงาม ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของเกษตรกรไทย ซึ่งเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติ ในกิจกรรมงาน “ปลูกรักให้ต้นข้าว” เราได้ร่วมกันลงแขกดำนา พูดคุยเรื่องเกษตรกรรมอินทรีย์กับปราชญ์ข้าวไทย (คุณลุงทองเหมาะ แจ่มแจ้ง) และมีการสอนการทำสารสกัดจากธรรมชาติเพื่อใช้ควบคุมแมลงศัตรูพืช เช่น น้ำส้มควันไม้ ที่ชาวนาผลิตขึ้นเพื่อใช้ไล่แมลงในนาข้าว เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำกลับไปใช้ได้กับต้นไม้ของที่บ้านได้ด้วย
     
     

     

    ขอบคุณ greenpeace


     

    30 May

    หัวข้อการพูดคุย โรคกรดไหลย้อน

     

    ยกคำพูดมา

    โรคกรดไหลย้อน
    วันที่และเวลา: เสาร์, 30 พฤษภาคม 2552 เวลา 12:15

     

     

    ดูเหตุการณ์นี้บน Windows Live

     

     

                                                                      โรคกรดไหลย้อน  GERD (Gastroesophageal Reflux Disease)

     

    สาเหตุของโรค

    สาเหตุของโรคที่เเท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าโรคนี้อาจเกิดจากลักษณะโครงสร้างของร่างกายที่ผิดปกติ ทำให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนได้ เช่น หูรูดที่หลอดอาหารทำงานได้ไม่เต็ทที่ซึ่งถ้าหูรูดทั้งสองทำงานไม่ดี ก็มีโอกาส จะเกิดกรดไหลย้อนได้มากในบางภาวะ เช่น Diaphragmatic hernia ( การที่กระเพาะอาหารบางส่วรเคลื่อนเข้าไปอยู่ในทรวงอก) จะมีโอกาสพบโรคกรดไหลย้อนได้มากขึ้น

    อาการของโรค

    กรณีที่คนไข้มีปัญหากรดไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร อาการที่พบได้บ่อย คือ แสบยอดอก จุกๆ ขย้อน และเรอบ่อย

    แต่ในส่วนที่เกี่ยวกับระบบหู คอ จมูก จะเป็นโรคกรดไหลย้อนเหมือนกันแต่เกิดขึ้นที่กล่องเสียงและเนื่องจากตัวกล่องเสียงมีเยื่อบุ ที่อ่อนกว่าหลอดอาหาร จึงทำให้ทนกรดได้ไม่ดีเท่ากับหลอดอาหาร ดังนั้นถ้ามีกรดหรือน้ำย่อย เพียงเล็กน้อยก็จะทำให้เกิดอาการที่กล่องเสียงได้มากและอาการจะแตกต่างจากกรดไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร คนไข้อาจมีเสียงแหบโดยไม่ทราบสาเหตุซึ่งอาการดังกล่าวอาจเป็นอาการของโรคกรดไหลย้อนลงกล่องเสียง   แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าคนไข้ที่มีเสียงแหบจะเป็นโรคนี้ทั้งหมด บางคนก็รู้สึกจุกๆ แน่นๆในคอ เหมือนกับมีก้อนอะไรอยู่ในคอ ไปตรวจก็ไม่ทราบสาเหตูหรือบางคนมาด้วยอาการไอเรื้อรัง หาสาเหตุไม่ได้ ก็อาจมีสาเหตูมาจากโรคนี้

    อาการอื่นที่พบได้  คือ

    1.เสียงแหบ

    2.มีของเหลวไหลลงคอ

    3.บางครั้งเหมือนมีเสมหะในคอตลอดเวลา

    4.ไอกระแอมหรืออยากขากเสมหะบ่อยๆ

    การปฎิบัติตัวที่เหมาะสม เมื่อเป็นโรคกรดไหลย้อน

    1 . เลิกสูบบุหรี่ และงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

    2. หลีกเลี่ยงอาหารที่เพิ่มความเป็นกรดหรือรบกวนการทำงานของหูรูดในกระเพาะอาหาร เช่น น้ำส้ม น้ำมะนาว มะเขือเทศ หัวหอม สะระแหน่ กระเทียม กาแฟ ชอคโกแลต

    3.  ไม่ควรล้มตัวลงนอนในช่วง 2-3 ชั่วโมง หลังรับประทานอาหาร

    4.  ไม่สวมใส่เสื้อผ้า ที่รัดแน่นเกินไป

    5.  ไม่รับประทานอาหารมากเกิดไปในแต่ละมื้อ

    6.  หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง และทานผักผลไม้ให้มากขึ้น

    7.  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

    8.  หนุนหัวเตียงให้สูงขึ้นประมาณ 6-8 นิ้ว(15ซม.) ไม่ควรหนุนหมอนให้สูงขึ้นแทน เนื่องจากส่วนท้องจะงอลงและเพิ่มความดันแรงช่องท้องให้กรดไหลย้อนมากขึ้น

    9.  พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียดจนเกินไป

                                                                                         ขอบคุณ นายแพทย์ ภูริช ประณีตวตกุล

                                                                                                     โรงพยาบาลรามาธิบดี

    09 February

    ต้นไม้ในพุทธศาสนา

     

    หัวข้อการพูดคุย ต้นไม้ในพุทธศาสนา

     
                           วันจันทร์ที่, 9 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 16:00 น.

                                            ดูเหตุการณ์นี้บน Windows Live

    ขอบคุณเรื่อง

    ขอบคุณรูปถ่าย

     

                         ต้นไม้ในพระพุทธศาสนา

     

     

     

    ต้นไผ่ (Bamboo)

    ในพระพุทธศาสนาเป็นพระอารามแห่งแรกเวฬุวนารามพระเจ้าพิมพิสารเป็นผู้ถวาย พระอรหันต์ จำนวน 1,250 รูป ได้มาเฝ้าพระพุทธเจ้าที่พระอารามนี้ เมื่อวันเพ็ญเดือนสาม วันมาฆบูชาพระองค์ได้ถือวันนี้เป็นวันประกาศหลักสามประการของพระพุทธศาสนา ที่เรียกว่าโอวาทปาฏิโมกข์

    ต้นโพธิ์ (Bohd tree)

     

     ต้นโพธิ์ หรือพระศรีมหาโพธิ ชาวลังกาเรียกว่า Bohd tree และชาวอินเดียเรียกว่า Pipal นี้นับได้ว่าเป็นต้นไม้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในพระพุทธประวัติอีกชนิดหนึ่ง เพราะเจ้าชายสิทธัตถะราชกุมาร ในระหว่างบำเพ็ญพรตเพื่อหาสัจธรรมนั้น ได้ทรงเลือกนั่งประทับที่โคนต้นโพธิ์จนกระทั่งพระองค์ได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาน คือ อริยสัจ 4 อันประกอบด้วย ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค เมื่อวันเพ็ญ เดือน 6

     

     

    ต้นสาละ ( Shorea robusta Roxb)

     

    เริ่มต้นใต้ร่มต้นสาละเขตตำบลลุมพินีสถานเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธองค์สุดท้ายที่เสด็จไปถึงยังเมืองกุสินาราเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานภายใต้ต้นสาละ

     

     

                                 

                                                                

                                                                                        

                                      

                                                                                        

                                             

     

     
    29 January

    หัวข้อการพูดคุย คนกับสัตว์

     

          คนกับสัตว์
    คนกับสัตว์
    วันที่และเวลา: เสาร์, 10 มกราคม 2552 เวลา 12:15
    ดูเหตุการณ์นี้บน Windows Live
                    ดร. ไสว เลี่ยมแก้ว

                                                                                               คนกับสัตว์

     

    ความคิด การกระทำ

    คน

    สัตว์มีสมองใหญ่

    เช่น  ลิง ฯลฯ

    สัตว์มีสมองเล็ก

    เช่น  กบ ฯลฯ

    สัตว์ไม่มีสมอง

    เช่น  ยุง ฯลฯ

    คิดบวก,ลบ,คูณหาร,ยกกำลัง, คิดเรื่องทศนิยม,คิดเรื่องอะตอม,

    คิดเรื่องแรงโน้มถ่วง,คิดสร้างสูตรคณิตศาสตร์,คิดสร้างคอมพิวเตอร์,

    คิดวิเคราะห์,สังเคราะห์,คิดสร้างสรรค์,คิดเหตุผล (จิต)

      x

     

     

     

    คิดแก้ปัญหาง่ายมากๆ (จิต)

      x

           x

     

     

    จำ(จิต)

      x

           x

          x

     

    รับรู้(Perception)(จิต)

      x

           x         

          x

     

    รู้สึกสัมผัส(Sensation)(จิต)

      x

           x

          x

     

    การรู้สึกตัว(Consciousness)

    (รวมทั้งอารมณ์ด้วย)(จิต)

      x

           x

          x

     

    กิริยาสะท้อน(Reflex),การกิน, การนอน,การสืบพันธ์,

      x

           x

          x

          x

    วัตถุ(รวมร่างกายมนุษย์ด้วย),กระบวนการ,เหตุการณ์ในโลกจริงทั้ง

    ที่สังเกตได้โดยตรง, โดยอ้อม, หรือมีความเป็นไปได้ที่จะสังเกตใน

    อนาคตด้วย

      x

           x

          x

          x

     

     

                                                                                                                                                                                  

                                                                                                                                                                                      

    จากตารางนี้ท่านผู้อ่านจะเห็นว่า  คน  ถึงแม้ว่าจะเป็นสัตว์เหมือนกัน                       

                                                                                                                                      E

    แต่คนก็ต่างกับสัตว์อย่างสิ้นเชิงอยู่ระดับหนึ่งคือ  ระดับของความคิดซับซ้อน                                  M

     ถ้าคิดซับซ้อนตามตัวอย่างนั้นไม่เป็น  ก็เสมอลิง  ถ้าสูงสุดได้แค่จำ                                            P

    ก็เสมอสัตว์ในระดับกบ แต่ถ้าเราทำได้แค่กะตุกหัวเข่าเมื่อเอาฆ้อนมาเคาะหัวเข่า                                 I

      เราก็เสมอสัตว์ที่ไร้สมอง !  ไม่มีจิต !! เช่นในระดับยุง !!!                                                                        R

    ถ้าตั้งแต่ตื่นขึ้นมา  เรายุ่งอยู่แต่กับเรื่องของการหากิน                                                               I

    การสืบพันธุ์แล้วละก้อ เราก็มีการกระทำเสมอสัตว์ประเภทยุง หนอน  กิ้งกือ ฯลฯ                              C

    หรืออะไรทำนองนั้น !!!                                                                                                                              A

    สัตว์ทุกประเภท รวมคนด้วย  สามารถควบคุมได้ !!!!                                                                                 L

    ถ้าท่านแบกหญ้างามๆสักมัดเล็กๆเดินผ่านหน้าลาที่หิว                                                                        

    แล้วมันจะเดินตามท่าน  ท่านพาไปไหนมันก็ไปด้วย  ท่านหยุด มันก็หยุด                                      T         

    ท่านเลี้ยวขวามันก็เลี้ยวขวาด้วย  ไม่เชื่อลองทำดู  นั่นแสดงว่า  ท่าน "บังคับ" ลาได้                             H                 

    ถ้ามีฝูงหมาหิวอยู่สิบตัว  ท่าน"ต้องการ"ที่จะให้มันทะเลาะกัน                                                    E

    ท่านก็ "ควบคุม"มันได้ง่ายๆโดยเอาก้อนเนื้อ "หนึ่งก้อน"                                                          O

    โยนลงไปในกลุ่มของพวกมัน  มันก็ทะเลาะกัน                                                                                        R

     ถ้าไม่ต้องการให้มันทะเลาะกัน                                                                                          I

    ท่านก็หาก้อนเนื้อมาสิบก้อนแล้วยื่นให้มันตัวละหนึ่งก้อน                                                                         E

     ท่านก็"ควบคุม"มันไม่ให้ทะเลาะกันได้ด้วย !!!                                                                        S

    และยิ่งกว่านั้น  ท่านยังจะได้ผู้ภักดี  หรือทาส ที่ซื่อสัตย์อีกถึงสิบตัว !!!! 

     

                                     

     

    ขอบคุณ ดร.ไสว  เลี่ยมแก้ว

    ขอบคุณรูปถ่าย

    07 January

    หัวข้อการพูดคุย ผู้รับอิ่มใจ

     

    หัวข้อการพูดคุย ผู้รับอิ่มใจ


     

    ผู้รับอิ่มใจ           
    วันที่และเวลา: พุธ, 7 มกราคม 2552 เวลา 1:15
    ดูเหตุการณ์นี้บน Windows Live

     

      ขอบคุณรูปถ่าย

     

    การรับ เป็นความอิ่มใจ ที่มีผู้ให้ ให้มาด้วยความปรารถนาดี อย่างจริงใจ ให้เพราะไม่หวังสิ่งใด ๆ ตอบแทน ให้เพื่อช่วยเขาให้พ้นทุกข์ อันเกิดจากสุขภาพของเขา หรือให้เพื่อช่วยเหลือให้เขาได้ศึกษาเล่าเรียน ผู้รับก็อิ่มใจที่ได้ศึกษาเล่าเรียน เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ สามารถ นำเอา วิชาความรู้จากการที่ได้ศึกษา โดยมีผู้ให้ ความช่วยเหลือด้านทุนการศึกษา เครื่องมือ อุปกรณ์การเรียน

     

    ผู้รับ รับมาแล้ว ต้องนำสิ่งที่ผู้ให้ ที่ตั้งใจให้มา นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามเจตนารมย์ ที่ผู้ให้ได้ให้มา เมื่อนั้น ทั้งผู้รับ ผู้ให้ ต่างก็มีความสุข  ความอิ่มใจ

     

    สิ่งที่ผู้รับ รับมาด้วยความอิ่มใจ คือ หนังสือนายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ หนังสือติโต หนังสือพระมหาชนก หนังสือคุณทองแดง สนัขทรงเลี้ยง หนังสือพุทธประวัติ

     

    นอกเหนือจากสิ่งของ ผู้รับได้รับคำคิด ข้อเขียน ที่รับมาด้วยความยินดี และอิ่มใจ นั่นคือ กำลังใจที่มาจากภายในของผู้ให้ และผู้รับก็รับมาด้วยความอิ่มใจ

     

    วันหนึ่งที่ผ่านมาเนิ่นนาน แต่ความอิ่มใจ ที่มาจากการเป็นผู้รับ ก็ไม่เคยจางหายไป แม้แต่น้อย ผู้รับต้องนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาล ช่วงบ่ายวันหนึ่งหลังรับประทานอาหารกลางวัน และทานยา เรียบร้อยแล้ว ก็กำลังนอนหลับพักผ่อน อยู่บนเตียงคนไข้ ไม่นาน ก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ก็เหลือบไปเห็น กล้วยน้ำว้า หวีหนึ่ง สีเหลืองนวลสวยงาม ก็ทบทวนความทรงจำ ว่าก่อนนอน ไม่มีกล้วยวางตรงนี้ นี่นา  เตียงข้าง ๆ บอกว่า มีผู้หญิงคนหนึ่ง ผอม สูง หน้าตาดี ยิ้มแย้ม เอามาวางไว้ให้ แล้วก็บอกว่าไม่ต้องปลุก แล้วเขาก็พึ่งกลับไปเมื่อกี้นี้เอง  อ๋อ ผู้รับคิดออกและรู้ว่า เป็นคุณป้าที่ ทำงานชลประทาน อยู่ที่สามเสน เคยคุยกับคุณป้าครั้งหนึ่งแล้ว คุณป้ามาเยี่ยมผู้ป่วยเตียง 24 ซึ่งเป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงไปทั้งตัวเลย  ยังคงเหลือส่วนดีแค่คอขึ้นไปทั้งศีรษะ คุณป้าผู้ใจบุญมาดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งก็ไม่ใช่ญาติกัน

     

    ผู้รับจึงอิ่มใจ และไม่เคยลืมความประทับใจที่รับ กล้วยน้ำว้ามา แล้วยังเสียดายที่ไม่ได้ขอบคุณ คุณป้าผู้ใจบุญนั้นเลย เพราะไม่ได้เจอคุณป้าอีกเลย  ก็ขอส่งคำขอบพระคุณ คุณป้าผู้ใจดี ใจบุญมาก ๆ นะคะ ขอพรน้อมนำความสุข ให้คุณป้ามีความสุข ปลอดภัย ด้วยความปรารถนาดีอย่างจริงใจ

     

    ที่รับมาด้วยความอิ่มใจเสมอ และเป็นแบบนี้มาตลอด มิได้ขาด เป็นเวลาติดต่อกันมา เป็น สิบ ๆ ปี  หลายสิบปี  จากกัลยาณมิตร ซึ่งทำให้ผู้รับอิ่มเอมใจ  และมักจะได้รับถ้อยคำที่ดี ๆ มีความดีแฝงไว้ในคำทุกคำ ทำให้ ชีวิต คิดทางบวกเสมอ เมื่อเกิดความท้อขึ้นมา  จึงแกร่งได้ด้วยความที่เป็นผู้รับ ที่อิ่มเอมใจนั่นเอง

     

     

       รับด้วยความอิ่มใจ

                                                                                                               

                                                                                                                     ขอบคุณรูปถ่าย

                                                                                             

     

    05 January

    พุทธประวัติ History of Buddha

     

    ยกคำพูดมา

    หัวข้อการพูดคุย พุทธประวัติ History of Buddha
    พุทธประวัติ History of Buddha
    วันที่และเวลา: เสาร์, 3 มกราคม 2552 เวลา 23:15
    ดูเหตุการณ์นี้บน Windows Live

     

    พุทธประวัติ เป็นสมุดภาพจิตรกรรม เป็นภาพจิตรกรรม เรื่องพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

    ศากยโคดม ฉบับวัดพระบาทน้ำพุ โดยท่านเจ้าคุณพระอุดมประชาทร
    จัดทำเป็นสองภาษา คือภาษาอังกฤษและภาษาไทย เพื่อ อธิบายภาพ

     จิตรกรรม เรื่องพุทธประวัติ จำนวน 81 ภาพ

    กล่าวถึงภาพ  สุบินนิมิต 5 ประการ  ( The Five Great Visions )

    ขณะที่พระโพธิสัตว์สิทธัตถะทรงบำเพ็ญเพียร และปฏิบัติทางสายกลางที่ตำบลคยา แขวงราชคฤห์นั้น

    คืนหนึ่งขณะทรงไสยาสน์ได้มี พระสุบินนิมิค 5 ประการ ว่า

    1.พระองค์ด้บรรทมหลับ พระหัตถ์ทั้ง สองข้าง จดมหาสมุทรทั้งทิศเหนือ และทิศใต้

    2.พระองค์ได้เห็นต้นไม้ขึ้นที่กลางสะดือ

    3.พระองค์ทรงเห็นหนอนหัวดำ ตัวขาว พากันมาไต่ตอมชอนไชที่หน้าแข้งและเท้าของพระองค์

    4.พระองค์ทรงเห็นนกสีต่าง ๆ กัน ต่างบินเข้ามารุมล้อมเท้าของพระองค์ และกลายเป็นสีขาวไปหมด

    5.พระองค์ทรงเห็นภาพของพระองค์เอง ได้เดินลุยไปในกองอุจาระ เป็นภูเขาใหญ่ แต่อุจจาระก็ไม่ได้ติดเท้าของพระองค์แม้แต่น้อย

    ..........ฯลฯ...........

     

    24 December

    การให้

     

    หัวข้อการพูดคุย การให้

    การให้       

     

                    

    วันที่และเวลา: อังคาร, 23 ธันวาคม 2551 เวลา 23:30
    ดูเหตุการณ์นี้บน Windows Live

     

     

      การให้ความคิด ถูกถ่ายทอดออกมา เป็นรูปภาพ ที่สื่อความหมายได้ 

                  การให้ความรู้ เพื่อการนำไปใช้สร้างงาน                      

               การให้กำเนิด แล้วเลี้ยงดู ด้วยน้ำนมแม่

    การให้ เป็นสิ่งที่คนเริ่มตั้งแต่เกิด แม่ให้กำเนิดลูก แล้วให้การเลี้ยงดู บ่มเพาะนิสัย และพฤติกรรม

    ถึงวัย ให้ได้รับการศึกษา มีความรู้ ความสามารถ ที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเอง ให้มีชีวิตรอด

    ระหว่างนี้ ชีวิตต้องดำเนินไปด้วยความเป็นปกติสุข  ที่จะต้องเกี่ยวข้องกับ  การให้  ตั้งมากมาย

    ก่อนจะก่อเกิดการให้ได้นั้น ผู้ให้ ต้องมีการให้ที่ตัวเราเองก่อน กล่าวคือ ให้ความรักตนเอง

    ให้ความศรัทธาในตนเอง ให้ความเคารพตนเอง ให้ความรู้จักตนเองโดยถ่องแท้ก่อน

    แล้วมองดูรอบตัว ให้รอบคอบ นำหลัก ศาสนา ผสมผสานกับทฤษฎี ที่นักการศึกษา

    นักจิตวิทยา ตลอดจน ปราชญ์ชาวบ้าน หรือ ผู้รู้ทั้งมวล ทุกชนชั้น ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ

    ไม่ว่าจะคนยากดี มีจน เราต้องดู แล พินิจ พิจารณา โดยถ่องแท้ แล้วนำมาประมวลผล

    เป็น ข้อมูล ของเราเอง เพื่อที่จะทำให้เกิดการให้ ที่มีประสิทธิภาพ  ก่อเกิดคุณภาพแห่งการให้ 

     ให้ ให้เป็น ให้อย่างไร ไม่มีทฤษฎีการให้ที่ตายตัว แต่มีสิ่งที่จะก่อเกิดการให้

    ให้ได้ดี มีประสิทธิภาพนั้น ต้องเกิดมาแต่ภายใน ที่เรียกว่า " กุศลจิต "

    ซึ่งใช้กับคำว่า สละ อุทิศ หรือ ให้ ด้วยความเต็มใจ นั่นเอง

     

     

    ก็ยังมีให้อีกแบบหนึ่ง เป็นการให้ เพื่อ ได้ผลที่ให้ไป กลับคืนมา เป็นการให้ ที่ไม่ใช่การให้

    แต่เป็นการให้ เพื่อการเอากลับมา ด้วยสังคมยุค ณ วันนี้ มีการให้ประเภทนี้

     อยู่ทุกที่ ทุกสถาน เป็นการให้ที่ไม่ได้เกิดมาแต่ภายใน คือ กุศลจิต 

    หากเกิดแต่ จิตโลภ เป็นการคิดที่เล็งผลกำไรงาม โดยไม่มองหน้า เหลียวหลัง 

     ว่าให้แล้วผู้รับ จะเกิดความทุกข์ มากน้อยแค่ไหน ในขณะที่เราให้

    แล้วได้กลับมาตามที่ตั้งเป้าไว้ หากตีค่าการให้เป็นตัวเลข อาจ บอกว่า

    ให้ 5 ต้องได้กลับคืนมา 5 เท่า คือ 25 หากเป็นแบบนี้

    ก็ต้องเกิดผลกระทบอีกฝ่ายหนึ่งแน่นอน คือผู้รับ เดือดร้อนหนัก 

    เพราะต้องเสียผลที่รับมา กลับไป ถึง 5 เท่า ซึ่งไม่ยุติธรรมเลย

     

     

    จึงเป็นผลกระทบ ต่อ ทุกผู้คนที่เกี่ยวข้อง ในที่สุด ผลกระทบนี้ก็ขยายวงกว้าง จนเป็นปัญหาที่ยากจะเยียวยา

     แก้ไขได้ทั้งหมด ทั้งสิ้น เกิดแต่ผู้คนที่ ขาดแคลน กุศลจิต ขึ้นภายในของแต่ละคน ตามยุค ตามสมัย ได้

    โดย ลืมไปจริง ๆ ว่า แผ่นดินนี้ยังมีความสุข

         

    ก่อนลาที ปี 2551  เรามาให้ด้วยใจ กันเถอะนะ  เป็นต้นว่า ให้ อวัยวะ แก่ผู้ที่ต้องการเปลี่ยน ถ่าย

    เช่น ไต หัวใจ เลือด หรือแม้แต่ ทั้ง ร่างกาย เรา ก็ อุทิศให้ได้ เพื่อเป็น ประโยชน์ต่อการศึกษาชีวิต

    แล้วนำมาแก้ไขชีวิต ให้รอด ก่อนถึงชีวิต ในขั้นสุดท้ายของชีวิต จริง ๆ 

    09 December

    บ้านไทย


     

    บ้านไทย
             
    จัดโดย: น้องหนู
    วันที่และเวลา: อังคาร, 9 ธันวาคม 2551 เวลา 1:30

    ดูเหตุการณ์นี้บน Windows Live

     

      บ้านไทย


          สถาปัตยกรรมไทยเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ไทยที่สะท้อนภาพชีวิตแบบไทย ทั้งในด้านความเป็นอยู่ ทัศนคติ ค่านิยม และความเชื่อม โดยเฉพาะในเรื่อง "บ้าน" หรือ "เรือน" ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผูกพันมาตั้งแต่เกิด แม้ว่าปัจจุบันการดำเนินชีวิตและรูปลักษณ์ของบ้านจะแปรเปลี่ยนไป แต่หากมองกันอย่างลึกซึ้งแล้ว ชีวิตในบ้านของคนไทยยังไม่เคยเปลี่ยน ซึ่งค่านิยมบางประการยังคงดำเนินการสืบทอดจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่งอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บ้านมิได้มีความหมายเพียงเป็นที่อาศัยนอนในตอนกลางคืนและออกไปทำงานตอนเช้าเท่านั้น แต่บ้านคือที่อยู่อาศัยของครอบครัวที่มีชีวิตชีวา มีความรักและความอบอุ่นเป็นที่พึ่งในทุกโมงยามที่ต้องการ
          บ้านจึงเป็นที่ที่คนอยากให้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตสิ่งหนึ่ง บ้านไทยหรือเรือนไทยในความคิดของคนทั่วไปคงเป็นภาพบ้านไทยภาคกลาง ที่เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง มีหลังคาแหลมสูงชัน ประดับด้วยตัวเหงา มีหน้าต่างบานสูงรอบ ๆ ตัวบ้านอาจเป็นบ้านเดี่ยว หรือเป็นกลุ่มบ้านก็ได

     บ้านจึงเป็นที่ที่คนอยากให้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตสิ่งหนึ่ง บ้านไทยหรือเรือนไทยในความคิดของคนทั่วไปคงเป็นภาพบ้านไทยภาคกลาง ที่เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง มีหลังคาแหลมสูงชัน ประดับด้วยตัวเหงา มีหน้าต่างบานสูงรอบ ๆ ตัวบ้านอาจเป็นบ้านเดี่ยว หรือเป็นกลุ่มบ้านก็ได้ ลักษณะของบ้านไทยดังกล่าวชี้ชัดให้เห็นถึงภูมิปัญญาของคนโบราณ ทั้งช่างปลูกบ้านและช่างออกแบบ ที่ปลูกบ้านเพื่อนประโยชน์และความต้องการใช้สอย และแก้ปัญหาของผู้อยู่อาศัย เป็นแบบบ้านที่สวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บ้านไทย จึงเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของชาติและเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาอันน่าภูมิใจ คนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ประเทศไทยอยู่ในภูมิประเทศเขตร้อน พื้นที่เป็นที่ราบลุ่มและอยู่ในเขตมรสุม จึงมีฝนตกชุกในหน้าฝน บางทีหรือเกือบทุกปีจะเกิดน้ำท่วม คนไทยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทั้งทำสวน ทำนา ทำไร่ ทำประมง แม่น้ำลำคลองจึงเปรียบเสมือนเส้นโลหิตหล่อเลี้ยงชีวิต ที่นี่จึงเป็นทั้งแหล่งอาหาร แหล่งพักผ่อน และเป็นเส้นทางคมนาคม 
            คนไทยภาคกลางจึงนิยมปลูกบ้านอยู่ริมฝั่งน้ำสายเล็กสายน้อย เมื่อยามน้ำหลากน้ำก็จะไหลท่วมบ้านเรือน คนไทยแต่ก่อนไม่รู้จักการถมที่ดินหนีน้ำท่วม จึงปลูกบ้านชั้นเดียวใต้ถุนสูง ซึ่งให้ประโยชน์หลายด้าน ทั้งช่วยให้ลมผ่านสะดวก ทั้งเพื่อความปลอดภัยจากสัตว์ร้าย หรือคนร้ายในยามค่ำคืน และยังเป็นการป้องกันน้ำท่วมถึงตัวบ้านอีกด้วย ใต้ถุนบ้านนี้ในยามปกติอาจใช้เป็นที่สันทนาการของครอบครัวคือ เป็นที่พักผ่อน หรือที่เล่นของเด็ก ๆ หรือใช้รวมกลุ่มทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ทอผ้า ตั้งเตาหรือกระทะทำขนมกวนต่าง ๆ และไว้เก็บสิ่งของทั้งใหญ่และเล็ก ยามเมื่อน้ำหลากมาก็ย้ายสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ จากใต้ถุนขึ้นไว้บนตัวเรือน ใต้ถุนที่ยกสูงนี้ นิยมให้สูงกว่าระดับศีรษะคนยืน เพื่อให้เดินได้สะดวก
          ดังที่กล่าวแล้วว่าประเทศไทยอยู่ในเขตร้อน แสงแดดจัดจ้า อากาศโดยทั่วไปจึงร้อนถึงร้อนจัด โดยเฉพาะในหน้าร้อน บ้านจึงเป็นสถานที่ให้ความร่มเย็นแก่ผู้อยู่อาศัย ภูมิปัญญาของการปลูกบ้านไทยคือ การออกแบบให้เป็นหลังคาทรงสูง เพื่อให้อากาศภายในเบาลอยตัวอยู่ ขณะที่ความร้อนจะถ่ายเทสู่ตัวบ้านหรือภายในห้องได้อย่างช้า ๆ เนื่องจากระยะความสูงของหลังคาทำให้ภายในตัวบ้านเย็นสบาย แม้จะมีห้องและฝากั้น แต่ก็มีพื้นที่เพียง 40% ที่เหลืออีก 60% เป็นชานเปิดโล่ง ทำให้ลมพัดผ่านได้สะดวก ทั้งลมจากใต้ถุนสูงที่พัดขึ้นมาข้างบนก็เป็นอีกทางหนึ่งที่สายลมเย็นจะพัดผ่านในบ้านตลอดเวลา    

    ลักษณะอีกอย่างหนึ่งของบ้านไทยที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาในการแก้ปัญหาอากาศร้อนคือ การสร้างชายคาหรือไขรา ให้ยื่นยาวออกคลุมตัวบ้านมากกว่าบ้านทรงยุโรป เป็นการป้องกันแดดไม่ให้เผาฝาบ้านให้ร้อน ป้องกันฝนสาด แดดส่อง ห้องจะได้เย็นตลอดทั้งวัน องค์ประกอบอื่น ๆ ที่ทำให้บ้านไทยเป็นบ้านที่ร่มเย็นคือ "ความโปร่ง" ซึ่งเกิดจากการออกแบบฝาบ้านให้มีอากาศผ่านได้ เช่น ใช้ฝาสำหรวด หรือฝาขัดแตะ หน้าจั่วของบ้านทำเป็นช่องโปร่งให้ลมผ่านได้ ลักษณะเด่นชัดอีกประการของบ้านไทยคือ รูปทรงบ้านที่มีระเบียบเรียบง่ายไม่ซับซ้อน จะแลเห็นได้ตั้งแต่ชานหน้าเรือน ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งรับลม คนนั่งจากชานเรือนจะมองเห็นมุมกว้าง ทำให้รู้สึกโล่งโปร่งใจโปร่งตา ถัดจากชานเข้ามาเป็นระเบียงที่ใช้รับรองแขก จัดงานตามประเพณีนิยม หรือคติทางศาสนา เช่น ทำบุญเลี้ยงพระ โกนจุก แต่งงาน ตากอาหารแห้ง และที่นอนชานมักใช้ปลูกไม้กระถาง วางอ่างน้ำ ปลูกตะโกดัดและบอนไซ ซึ่งคนแต่ก่อนนิยมปลูกต้นไม้ใส่กระถางไว้เชยชม และอาจจัดมุมใดมุมหนึ่งของนอกชานในที่ลับตาคนเป็นที่อาบน้ำก็ได้
    ฝีมือช่างไทยที่เด่นชัดอีกอย่างหนึ่งที่ปรากฎในเรือนไทยคือ การไม่ใช้ตะปู แต่จะตรึงติดด้วยลิ้นไม้เข้าเดือย ตั้งแต่การตรึงติดของจั่วและคาน จนถึงการทำบันไดบ้าน ในการปลูกบ้านไทยยังแฝงคติความเชื่อของเรื่องการวางทิศทาง การให้ความสำคัญของไม้แต่ละชิ้นที่ใช้ ซึ่งมีพิธีทำขวัญเสาสำหรับผีที่ปกปักรักษาต้นไม้ที่ถูกตัดมา การเรียกชื่อไม้ที่เป็นโครงสร้างบ้านก็เรียกด้วยความเคารพ ซึ่งแสดงถึงการให้เกียรติและให้ความสำคัญต่อทุกสรรพสิ่งรอบ ๆ ตัว และทั้งหมดนี้เกิดจากลุ่มลึก และภูมิปัญญาของช่างโบราณของไทยอย่างแท้จริง


    ที่มา : http://www.ku.ac.th/e-magazine/may48/know/home.html


    05 December

    ทรงพระเจริญ

     

             ทรงพระเจริญ

           
    จัดโดย: น้องหนู
    วันที่และเวลา: ศุกร์, 5 ธันวาคม 2551 เวลา 14:15
                                 ดูเหตุการณ์นี้บน Windows Live
    ทรงพระเจริญ
    03 December

    ยังมีประเทศไทย

     

     ยังมีประเทศไทย
    ยังมีประเทศไทย
    วันที่และเวลา: พฤหัสบดี, 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา 14:45
    ดูเหตุการณ์นี้บน Windows Live
    21 October

    Twins

     

    ข้อความ

    Twins
    Twins
    จัดโดย: น้องหนู
    วันที่และเวลา: 21 ตุลาคม 2551 เวลา 13:00
    ดูเหตุการณ์นี้บน Windows Live
    17 October

    หัวข้อการพูดคุย Bannalablaeng Sch.

     

    ข้อความ

    Bannalablaeng Sch.
     %B4%CD%A1%BA%D1%C7%2011
    จัดโดย: Jareeporn
    วันที่และเวลา: 16 ตุลาคม 2551 เวลา 11:45
    ชื่อตำแหน่งที่ตั้ง: Thailand
    ดูเหตุการณ์นี้บน Windows Live
    08 October

    บทเพลงเพื่อ สันติภาพ

    บทเพลงเพื่อ สันติภาพ

    p2 

     

    จัดโดย: หนูดี nÕo dEe หนูดี
    วันที่และเวลา: 8 ตุลาคม 2551 เวลา 18:30
    ดูเหตุการณ์นี้บน Windows Live

     

    สันติภาพ

                       บทเพลงเพื่อ สันติภาพ

     

     

     

     

    เพลง Blowin’ in the Wind

    โดย Bob Dylan    

     

    บทเพลงเพื่อสันติภาพ

     พิเศษสำหรับที่แห่งนี้

     ดินแดนแห่งสันติภาพค่ะ


    How many roads must a man walk down
    Before you call him a man?
    Yes, 'n' how many seas must a white dove sail
    Before she sleeps in the sand?
    Yes, 'n' how many times must the cannon balls fly
    Before they're forever banned?
    The answer, my friend, is blowin' in the wind,
    The answer is blowin' in the wind.

    อีกกี่เส้นทางที่ต้องเดินผ่าน
    ก่อนที่ผองชน จะควรค่าคำว่า "คน"
    อีกกี่ท้องน้ำที่พิราบขาวจะต้องบินข้าม
    ก่อนที่เธอจะหลับสงบบนผืนทราย
    อีกกี่ครั้งที่ปืนใหญ่ต้องถูกยิงออกไป
    ก่อนที่มันจะถูกห้ามใช้ตลอดกาล
    คำตอบน่ะเหรอ, เกลอ.. มันลอยไปกับสายลม
    คำตอบมันเงียบหายไปกับสายลม

    How many times must a man look up
    Before he can see the sky?
    Yes, 'n' how many ears must one man have
    Before he can hear people cry?
    Yes, 'n' how many deaths will it take till he knows
    That too many people have died?
    The answer, my friend, is blowin' in the wind,
    The answer is blowin' in the wind.

    สักกี่ครั้งที่คนจะต้องเงยหน้า
    ก่อนที่เขาจะได้เห็นท้องฟ้า
    สักกี่หูที่คนคนหนึ่งจะต้องมี
    ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงคนอื่นๆร้องไห้
    "
    สักกี่ความตายที่จะต้องแลก
    เพียงเพื่อเขาจะได้รับรู้ว่า มีคนตายมากเกินไปแล้ว "
    คำตอบน่ะเหรอ, เพื่อนเกลอ.. มันลอยไปกับสายลม
    คำตอบมันเงียบหายไปกับสายลม

    How many years can a mountain exist
    Before it's washed to the sea?
    Yes, 'n' how many years can some people exist
    Before they're allowed to be free?
    Yes, 'n' how many times can a man turn his head,
    Pretending he just doesn't see?
    The answer, my friend, is blowin' in the wind,
    The answer is blowin' in the wind.

    อีกกี่ปีที่ภูผายังคงอยู่
    ก่อนที่มันจะสลายลงทะเล
    อีกสักกี่ปีที่ผู้คนจะยังคงชีวิตอยู่
    ก่อนที่เขาจะได้รับอิสรภาพ
    แล้วสักกี่ครั้งล่ะ ที่คนเราหันหน้าหนี
    ทำเป็นว่ามองไม่เห็น
    คำตอบน่ะเหรอ, เกลอ.. มันลอยไปกับสายลม
    คำตอบมันเงียบหายไปกับสายลม...

    สันติภาพ

    999

    p1   คิดดี จิตใจดี ใจบุญ / คิดดี จิตใจดี  ใจบุญ           

    p2

    p3    ยิ้ม  จริงใจ ให้ รัก / ยิ้ม จริงใจ ให้  รัก

    p4

    y1pa2KRVP5Bs6F8tW7MUNc70xhZ1vU7XcUsiWbG7iug9P8cn-9LQJpYHA   พอ  อิ่ม  เผื่อ  แบ่ง  อุทิศ สละ  รักรักรัก   สันติภาพสันติภาพสันติภาพ


      

    ข้อความ

    สันติภาพ
    สันติภาพ
    วันที่และเวลา: 8 ตุลาคม 2551 เวลา 10:45
    ดูเหตุการณ์นี้บน Windows Live

    30 September

    หัวข้อการพูดคุย ตำลึง สมุนไพร ใช้ทา แก้คัน

     

    เพลงเศรษฐกิจพอเพียง

    เนื้อร้อง จรีภรณ์ ทิศอาจ

    ทำนอง  เพลงช้าง

    พอเพียง พอเพียง พอเพียง

    หนูรู้จักเศรษฐกิจพอเพียง หรือเปล่า

    มีเหตุผล พอประมาณ มีภูมิคุ้มกันที่ดี

    มีใช้ มีกิน เรียกเศรษฐกิจพอเพียง (ซ้ำ)

    ทุกคนมีสุขพอเพียง

     


    ตำลึง ใช้ใบ บดขยี้ ๆ ทา บริเวณ ที่คัน แก้คัน ได้

    29 September

    หัวข้อการพูดคุย สมุนไพร

     

    ข้อความ

    สมุนไพร
     สมุนไพร
    จัดโดย: อิน
    วันที่และเวลา: 26 สิงหาคม 2551 เวลา 14:30
    ชื่อตำแหน่งที่ตั้ง: www.blogth.com
    ดูเหตุการณ์นี้บน Windows Live
    28 September

    โรคหวัด

    โรคหวัด

    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

     

    โรคเยื่อจมูกและลำคออักเสบเฉียบพลัน (Acute nasopharyngitis / Common cold / Upper respiatory tract infection / URI) เรียกโดยทั่วไปว่าโรคหวัด หรือไข้หวัด (Common cold) เป็นโรคติดต่อจากการติดเชื้อไวรัส ในระบบทางเดินหายใจส่วนบน (ได้แก่ จมูกและคอ) อาการของโรคประกอบด้วยการจาม, อาการคัดจมูก, เยื่อจมูกที่จะบวมและแดง, และยังมีการหลั่งน้ำมูกมากกว่าปกติจนไหลออกทางจมูก ถ้าเชื้อไวรัสติดเชื้อไปที่จมูก แต่ถ้าติดเชื้อที่คอ จะมีอาการเจ็บคอ คอแหบแห้ง หรือมีเสมหะสะสมอยู่บริเวณลำคอ โดยการติดเชื้ออาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งสองบริเวณ

    โรคหวัดอยู่โรคประเภทติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน ในขณะเดียวกัน แม้ว่าโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) จะเป็นโรคประเภทเดียวกัยโรคหวัด แต่ความรุนแรงของการติดเชื้อไวรัสนี้ รวมถึงอาการที่เพิ่มขึ้นได้แก่การที่เกิดไข้ขึ้นสูง และการปวดเมื่อยเนื้อตัวและกล้ามเนื้อนั้นรุนแรงกว่ามาก ในขณะที่โรคหวัดมีอัตราความเสี่ยงต่อชีวิตต่ำ แต่อาการแทรกซ้อนอย่างเช่นปอดบวมก็อาจทำให้เกิดการเสี่ยงชีวิตขึ้นได้

    กลไกในการติดต่อ

    ไวรัสเชื้อหวัดสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ โดยการเข้าไปในเซลล์ที่หุ้มกล่องเสียงอยู่ จากนั้นมันจะทำการแพร่พันธุ์ตนเองแบบทวีคูณ ทางเข้าหลักของไวรัสเหล่านี้คือผ่านทางตาและจมูก ผ่านทางท่อนาโซไครมัล (Nasocrymal duct) แล้วจึงเข้าไปในกล่องเสียง โดยปากนั้นไม่ใช่ทางเข้าหลักของเชื้อ และเชื้อมักจะไม่ติดต่อผ่านการจูบกัน

    ไวรัสนั้นจะเข้าสู่เซลล์โดยการเกาะโมเลกุลกระตุ้นการเกาะติดระหว่างเซลล์หรือ ICAM ประเภทที่ 1 (ICAM - Intercellular adhesion molecule) โดยถ้าเซลล์ใดมี ICAM-1 ก็อาจทำให้เซลล์ดังกล่าวติดเชื้อได้ จำนวนของไวรัสนั้นเป็นแค่หนึ่งในปัจจัยหลายๆ ปัจจัยของสาเหตุที่ทำให้เป็นหวัดได้, ซึ่งรวมไปถึงการเป็นไข้ละอองฟางหรือภูมิแพ้อากาศ (hay fever, allergic rhinitis) และตัวที่ทำให้เกิดอาการระคายต่างๆ รวมไปถึงไรโนไวรัสที่เป็นหนึ่งในชนิดของไวรัสที่ทำให้เป็นหวัดได้ โดย ICAM-1 นี้กลายเป็นจุดหลักสำคัญในการวิจัยหายารักษาโรคหวัด

     อาการของโรค

    ระยะฟักตัว ระยะตั้งแต่ผู้ป่วยรับเชื้อเข้าไปจนกระทั่งมีอาการเกิดขึ้น 1-3 วัน

    คนที่ได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดเข้าไปมีอัตราการเป็นโรคสูงถึง 95% อย่างไรก็ตามมีเพียง 75% เท่านั้นที่แสดงอาการออกมา โดยการแสดงอาการจะเกิดขึ้น 1-2 วันหลังจากการติดเชื้อ ซึ่งโดยปกติแล้วอาการของโรคหวัดจะเริ่มต้นด้วยอาการเจ็บคอ และไม่มีอาการติดขัดใดๆ ในระบบทางเดินหายใจ หลังจากนั้นเอง อาการจะเกิดขึ้นจากกลไกการสกัดกั้นเชื้อโรคของร่างกายได้แก่ อาการจาม, น้ำมูกไหล, และไอเพื่อขับเชื้อออกไป และการเกิดอาการอักเสบเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ภูมิคุ้มกันทำงาน

    ผู้ป่วยอาจมีไข้ตัวร้อนเป็นพักๆ ครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลีย ปวดหนักศีรษะเล็กน้อย เป็นหวัด คัดจมูก น้ำมูกใสจาม คอแห้ง หรือเจ็บคอเล้กน้อย ไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะเล็กน้อยลักษณะสีขาว บางครั้งอาจทำให้รู้สึกเจ็บแถวลิ้นปี่เวลาไอ ในผู้ใหญ่อาจไม่มีไข้ มีเพียงคัดจมูก น้ำมูกใส ในเด็กมักจับไข้ขึ้นมาทันทีทันใด บางครั้งอาจมีไข้สูง และชักได้ มีอาการท้องเดินได้ หรือถ่ายเป็นมูกร่วมด้วย ถ้าเป็นเกิน 4 วัน หรือถ่ายเป็นมูกข้นเหลืองหรือเขียวหรือไอมีเสลดเป็นสีเหลืองหรือเขียว จากการอักเสบซ้ำของเชื้อแบคทีเรีย และอาจมีอาการอื่นๆ แทรกซ้อนตามมาซึ่งจำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะร่วมกัน ตรวจพบ ไข้ น้ำมูก เยื่อจมูกบวมและแดง คอแดงเล็กน้อย ในเด็กอาจพบต่อมทอลซิลโต แต่ไม่แดงมากและไม่มีหนอง

    หลังจากผู้ป่วยหายจากโรคหวัดแล้ว ร่างกายของผู้ป่วยจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดชนิดที่ผู้ป่วยเพิ่งประสบมาโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัดอยู่มากมาย ภูมิคุ้มกันนี้จึงให้การป้องกันที่จำกัด ดังนั้นคนที่หายจากโรคหวัดมา อาจเป็นได้อีก ถ้าติดเชื้อไวรัสไข้หวัดอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งจะทำให้กระบวนการและอาการทั้งหมดเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง

    โรคแทรกซ้อน

    โรคแทรกซ้อนอาจเกิดขึ้นได้ในขณะที่เป็นโรคหวัด เมื่อมีแบคทีเรียที่ปกติแล้วจะอยู่ในระบบทางเดินหายใจอาศัยโอกาสที่ระบบภูมิคุ้มกันกำลังอ่อนแอเข้าไปร่วมทำการแพร่เชื้อกับไวรัส

    โรคแทรกซ้อนที่พบบ่อยเกิดจากการอักเสบแทรกซ้อนของเชื้อแบคทีเรีย (bacteria) ทำให้นำมูกหรือเสลดเป็นสีเหลืองหรือเขียว ถ้าลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียง อาจทำให้เป็นต่อมทอลซิลอักเสบ ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ในเด็กเล็ก อาจทำให้มีอาการชักจากไข้สูง ท้องเดิน บางคนอาจมีเสียงแหบ เนื่องจากกล่องเสียงอักเสบ บางคนอาจมีอาการวิงเวียน เนื่องจากอวัยวะการทรงตัวภายในอักเสบ ดังที่เรียกว่า หวัดลงหูซึ่งจะหายได้เองภายใน 3-5 วัน โรคแทรกที่รุนแรงมักจะเกิดในผู้ป่วยที่ไม่ได้พักผ่อน ตรากตรำงานหนัก ร่างกายอ่อนแอ (เช่น ขาดอาหาร) ในทารกหรือผู้สูงอาย

    โดยปกติแล้ว โรคหูชั้นกลางอักเสบ (Otitis media) ที่มักพบในเด็กเล็ก และโรคโพรงอากาศอักเสบ (Sinusitis หรือไซนัสอีกเสบ) จะเป็นโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นบ่อย ซึ่งสาเหตุของการร่วมแพร่เชื้อของแบคทีเรียอาจเกิดขึ้นได้จากการถูกกระทบโดยน้ำมูก หรือถูกในบริเวณนั้นถูกปกคลุมโดยน้ำมูกที่ถูกขับออกมาทางจมูก ซึ่งอธิบายเหตุผลที่ว่าไม่ควรจะปิดจมูกแน่นเมื่อจะมีอาการจามหรือจะสั่งน้ำมูก แต่ควรเปิดโพรงจมูกไว้ทั้งสองข้างแล้วเมื่อจามหรือสั่งน้ำมูกแล้วจึงค่อยเช็ด ซึ่งจะเป็นการทำให้ความกดดันจากการจามหรือสั่งน้ำมูกลดลงไปส่วนหนึ่ง และจะทำให้น้ำมูกไม่เข้าไปในหูหรือบริเวณโพรงอากาศได้

    การป้องกันโรค

    วิธีที่ดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงเชื้อหวัดได้คือการหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วย, และด้วยการล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าของตนเอง สบู่ต่อต้านแบคทีเรียนั้นไม่มีผลต่อไวรัสไข้หวัด หากแต่เป็นการทำความสะอาดเชิงกลผ่านมือที่จะล้างและปัดอนุภาคไวรัสออกไป ใน พ.ศ. 2545 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการสังคมในประเทศสหรัฐอเมริกาแนะนำว่าเจลทามือที่มีส่วนประกอบเป็นแอลกอฮอล์จะช่วยลดไวรัสที่ปนเปื้อนบนมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม แม้จะร่วมกับการล้างมืออย่างถูกวิธีบ่อยๆ แล้ว แอลกอฮอล์ก็ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อจากไวรัสที่หลงเหลืออยู่บนมือได้ และไม่ได้ช่วยป้องกันให้เชื้อไวรัสมาปนเปื้อนมือได้อีกครั้ง นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังมีผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง จากการสำรวจพบว่าประชากรที่ไม่สูบบุหรี่จะฟื้นตัวจากโรคได้เร็วกว่าประชากรที่สูบบุหรี่อยู่หลายวันด้วยกัน โดยที่ผู้สูบบุหรี่ที่ทำงานแล้วมีอัตราการขาดงานมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 25%

    และเนื่องจากจำนวนชนิดของไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัดที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก การฉีดวัคซีนป้องกันจึงไม่เป็นที่ปฏิบัติกัน

     การรักษา

    ในขณะนี้ ยังไม่มีหนทางใดๆ ในการรักษาโรคหวัด หรือในเชิงวิชาการแล้ว ยังไม่มีวิธีการรักษาใดๆ ที่สามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสไข้หวัดได้ และได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์แล้ว

    มีเพียงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเท่านั้นที่สามารถทำลายเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันนั้นจะใช้เวลาประมาณ 7 วันในบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งในการเป็นโรคหวัดหนึ่งครั้งจะมีอนุภาคไวรัสอยู่หลายล้านอนุภาคอยู่ในร่างกาย ซึ่งโดยปกติ เมื่อผ่านการติดเชื้อมาไม่กี่วัน ร่างกายก็จะเริ่มผลิตแอนติบอดี้ (Antibody) ที่สามารถป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดของเซลล์ออกมาเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกันกับเซลล์เม็ดเลือดขาวที่จะทำลายไวรัสผ่านการโอบเซลล์เอาไว้หรือวิธีการฟาโกไซโทซิส (Phagocytosis) ซึ่งจะทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไปด้วยเพื่อป้องกันการแพร่ออกไปอีกของไวรัส และเนื่องจากกระบวนการการติดเชื้อของโรคจะกินเวลาจากแค่ไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น แม้ว่าจะค้นพบวิธีการรักษาที่ถูกพิสูจน์แล้วก็ตามที ก็คงจะลดระยะเวลาการเป็นโรคหวัดเพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น อย่างไรก็ตามที ยังมีวิธีการรักษาทั้งทางเวชกรรมที่อยู่ในขั้นทดลองและวิธีการเยียวยาโดยธรรมชาติอยู่หลายวิธีด้วยกัน ได้แก่

    ยาปฏิชีวนะ

    ยาปฏิชีวนะไม่ใช่สิ่งที่ใช้รักษาโรคหวัดได้ และไม่รักษาการติดเชื้อของไวรัส ฉะนั้นมันจึงไม่มีผลใดๆ กับเชื้อหวัด นอกจากนี้ การรักษาโรคหวัดด้วยยาปฏิชีวนะยังก่อให้เกิดผลเสียคือ การทำให้แบคทีเรียในร่างกายพัฒนาไปเป็นแบคทีเรียที่ดื้อยา หรือแม้กระทั่งทำให้การติดเชื้อขยายออกไป และทำลายสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่ปกติในร่างกายอีกด้วย

    การปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรคหวัด

    การสวมผ้าปิดจมูกเมื่อเป็นโรคหวัด

    • นอนหลับ, พักผ่อนให้เพียงพอ ห้ามตรากตรำงานหนัก หรือออกกำลังมากไป
    • สวมเสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่น หลี่กเลี่ยงการถูกฝน และสถานที่ที่มีอากาศเย็นจัด และอย่าอาบน้ำเย็นหรือดื่มน้ำเย็น
    • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยลดไข้และทดแทนน้ำที่เสียไปเนื่องจากไข้สูง หรืออาจดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ
    • ควรกินอาหารอ่อน น้ำข้าว น้ำหวาน น้ำส้ม น้ำผลไม้
    • ใช้ผ้าชุบน้ำ ( ควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดา อย่าใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็ง) เช็ดตัวเวลาไข้สูงโดยเฉพาะในเด็กเล็กต้องคอยเช็ดตัว เวลามีไข้เนื่องจาก ถ้าไข้สูงอาจทำให้เด็กชักได้
    • สวมผ้าปิดจมูก ป้องกันการแพร่ของเชื้อหวัดโดยการ ไอ-จาม และยังช่วยให้ลำคอไม่เย็นหรือแห้งจนเกินไปซึ่งเป็นเหตุให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย
    • หมั่นล้างมือให้สะอาด
    • กลั้วคอด้วยน้ำบ่อยๆ
    • อยู่ในห้องที่อากาศถ่ายเทได้ดี
    • ใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
    • ระวังการแพร่กระจายของสารคัดหลั่งจากร่างกาย อาทิ น้ำมูก น้ำลาย

    หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่ภูมิต้านทานต่ำเช่น เด็ก คนแก่ หรือคนที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง

     

     

     

    21 September

    หัวข้อการพูดคุย สรรเสริญ

     

    ข้อความ

    สรรเสริญ
    เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
    เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
    เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
    เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
    เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
    เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก